3 เมษายน 2562 ผวาภัยแล้งเข้มบริหารลำตะคอง งดนาปรังรอบ 2-เล็งผันป่าสักเติมน้ำต้นทุน

ที่มา: https://www.naewna.com/local/405610

ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง กรมชลประทาน เปิดเผยถึงการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนลำตะคองช่วงฤดูแล้งปีนี้่ว่า เป็นไปตามที่คณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) วางแผนไว้ เมื่อเริ่มเข้าฤดูแล้งวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา เขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณน้ำ 264.42 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 84.08 ของความจุเก็บกัก ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี และวางแผนจัดสรรน้ำเพื่อฤดูฝนปี 2561/2562 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 – 30 เมษายน 2562 เพื่ออุปโภค-บริโภค 29 ล้านลบ.ม. เพื่อการอุตสาหกรรม 6 ล้านลบ.ม. เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ 31ล้านลบ.ม. น้ำระเหยรั่วซึม 26 ล้านลบ.ม.จึงยังมีน้ำเหลือเพื่อนาปรังและเพาะปลูกฤดูแล้ง 48 ล้านลบ.ม. รวมความต้องการใช้น้ำ 140 ล้านลบ.ม. ทั้งนี้จากการบริหารจัดการน้ำที่เข้มงวด เจ้าหน้าที่ชลประทานดูแลการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำทั้ง 5 แห่ง ตลอดลำน้ำลำตะคอง เพื่อให้การส่งน้ำเป็นไปตามรอบเวรที่คณะกรรมการ JMC กำหนดไว้ การใช้น้ำไม่เกิดการสูญเปล่า ทำให้มีน้ำพอเพียงเปิดพื้นที่นาปรังอีก 27,000 ไร่ รวมขณะนี้ทำนาปรังไปแล้วกว่า50,000 ไร่ ซึ่งมีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะจัดสรรให้ อย่างไรก็ตามขณะนี้มีเกษตรกรบางรายจะเริ่มปลูกนาปรังรอบที่ 2  กรมชลประทานขอความร่วมมือให้เกษตรกรในพื้นที่โครงการส่งน้ำฯ ลำตะคองงดปลูกนาปรังรอบที่ 2  เพราะจากการทดน้ำไปใช้ปลูกนาระหว่างทาง นอกจากทำให้พื้นที่ช่วงปลายคลองส่งน้ำ เช่น อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา เริ่มขาดแคลนน้ำแล้ว ระยะยาวจะกระทบถึงน้ำที่ส่งไปเพื่อผลิตน้ำประปา ซึ่งเสี่ยงเกิดภัยแล้งเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งยังจะกระทบน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ในลำน้ำ ทำให้แม่น้ำลำตะคองที่ไหลผ่านตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมาเน่าเสีย ชุมชนเดือดร้อน ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง  ทั้งนี้ ได้ส่งเจ้าหน้ากรมชลประทานลงพื้นที่ทำความเข้าใจ และปิดประตูระบายน้ำช่วงต้นคลองบริเวณอำเภอสีคิ้ว อำเภอขามทะเลศอ อำเภอสูงเนิน เพื่อไล่น้ำให้ถึงปลายคลองมากที่สุดโดยไม่เพิ่มการส่งน้ำ สำหรับเขื่อนลำตะคองเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ความจุ 314 ล้านลบ.ม.เป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้การเกษตรและอุปโภคบริโภคเป็นหลัก ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่อำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลศอ อำเภอเมืองนครราชสีมา และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ รวม 1.5 แสนไร่ แต่ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไปมากทำให้น้ำไหลเข้าอ่างฯเฉลี่ยปีละ 250 ล้านลบ.ม. มีเพียง 2 ปีคือ ปี 2543 และปี 2554 ที่น้ำไหลเข้าเต็มความจุ และปี 2559 มีน้ำไหลเข้าอ่างฯน้อยที่สุดประมาณ103 ล้านลบ.ม. ทำให้ตัวเมืองนครราชสีมาขาดน้ำ ถูกประกาศเป็นเขตประสบภาวะภัยแล้ง “แนวโน้มความต้องการใช้น้ำเมืองโคราชเพิ่มขึ้นทุกกิจกรรมกล่าวคือ เขื่อนลำตะคองส่งน้ำให้การประปาทั้งหมด 81 แห่ง ทั้งประปาภูมิภาค ประปาเทศบาล และประปาหมู่บ้าน ปริมาณความต้องการใช้น้ำ 60 ล้านลบ.ม.ต่อปี การอุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่อง ต้องการใช้น้ำ 12 ล้านลบ.ม.ต่อปี การรักษาลำน้ำลำตะคองใช้น้ำอย่างน้อยปีละ 36 ล้านลบ.ม. และเขื่อนเสียน้ำจากอากาศที่ร้อนขึ้น เกิดการระเหยรั่วซึมทั้งปีไม่ต่ำกว่า 48 ล้านลบ.ม. และนาปีที่ต้องส่งน้ำให้เกษตรกรช่วงต้นฤดูทำนาในพื้นที่ 1.5 แสนไร่ ใช้น้ำ 150 ล้านลบ.ม. รวมต้องใช้น้ำ 306 ล้านลบ.ม.ต่อปี จุดนี้มีความเสี่ยงขาดน้ำในอนาคต ทางจังหวัดและกรมชลประทานจึงหารือกันเพื่อหาทางเพิ่มน้ำต้นทุนให้เขื่อนลำตะคอง โดยผันน้ำจากเขื่อนป่าสักมาพักไว้ที่อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก ก่อนส่งเข้าเขื่อนลำตะคอง ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาของสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)  ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี” ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำฯ ลำตะคองกล่าว อย่างไรก็ดี ขณะที่โครงการผันน้ำตะคองยังไม่เกิด กรมชลประทานไปเน้นที่การบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ การปล่อยน้ำแต่ละครั้งพิจารณาอย่างรอบคอบ และมีแผนชัดเจน

ที่มาของรูปภาพ: https://www.mgronline.com